Posts Tagged ‘ประเพณีไหลเรือไฟ’

ประเพณีไหลเรือไฟ

admin Posted in Uncategorized,Tags: , ,
Comments Off

ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ชาวอีสานปฏิบัติสืบทอดกันต่อ ๆ มา ตั้งแต่สมัยโบราณ  ประเพณีนี้จะทำกันในช่วงเทศกาลออกพรรษา  ในวันขึ้น 15 ค่ำ ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตามแม่น้ำลำคลอง  จังหวัดที่มีการไหลเรือไฟในปัจจุบันคือ จังหวัดศรีสะเกษ สกลนคร นครพนม หนองคาย เลย มหาสารคาม และอุบลราชธานี  โดยเฉพาะชาวจังหวัดนครพนมนั้นถือเป็นประเพณีที่สำคัญมาก  เมื่อใกล้จะออกพรรษาชาวบ้านจะแบ่งกันเป็น “คุ้ม” โดยยึดถือเอกชื่อวัดใกล้บ้านเป็นหลักในการตั้งชื่อคุ้ม เช่น ถ้าอยู่ใกล้วัดกลางก็จะเรียกกันว่า “ชาวคุ้มวัดกลาง”  ชาวคุ้มวัดต่าง ๆ ก็จะจัดให้มีการแข่งเรือ ส่วงเฮือ แห่ปราสาทผึ้ง และการไหลเรือไฟ  ส่วนในจังหวัดมหาสารคามนั้นได้จัดขึ้นทุกปี เรียกว่า “งานประเพณีไหลเรือไฟ”

             เรือไฟ หรือภาษาอีสานเรียกกันว่า “เฮือไฟ”  เป็นเรือที่ทำด้วยต้นกล้วยหรือไม้ไผ่  นำมาต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ 5 – 6 วา  ข้างในบรรจุขนม ข้าวต้มผัดหรือสิ่งของที่ต้องการบริจาคทาน  ข้างนอกประดับด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ตะเกียง ขี้ไต้ สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ

สาเหตุที่มีการไหลเรือไฟนั้น  มีคตินิยมเช่นเดียวกับการลอยกระทง  เพียงแต่เป็นการลอยกระทงก่อนที่อื่น 1 เดือน  โดยมีความเชื่อกันหลายประเด็นคือ

- ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้ ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที

- ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพระรัตนตรัย

- ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาคุณพระแม่คงคา

- ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพญานาค

พิธีและกิจกรรม

ก่อนถึงวันงานไหลเรือไฟ  ชาวคุ้มวัดต่าง ๆ จะช่วยกันประดิษฐ์ตกแต่งเรือไฟด้วยต้นกล้วย ไม้ไผ่หรือวัสดุอย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถลอยน้ำได้  ให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือมีความยาวไม่น้อยกว่า 6 เมตร  จะประดิษฐ์เป็นรูปเจดีย์ วิหาร หงส์ นาค ครุฑ หรือรูปอย่างใดก็ได้ที่คิดว่าสวยงาม  มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เพื่อความสวยงามและเพื่อให้การจุดประทีปโคมไฟอยู่ได้ทนทาน  ในวันงาน ภาคกลางวันก็จะมีขบวนแห่ไหลเรือไฟบก  ซึ่งนำขึ้นไปวางบนพาหนะล้อเลื่อนต่าง ๆ  แล้วเข้าขบวนแห่แหนทุกคุ้มวัดพร้อมกัน  โดยมีการแสดงพื้นบ้านประกอบขบวนแห่อย่างสนุกสนานสวยงาม  ในภาคกลางคืน จะมีการทำพิธีกรรมทางศาสนา เช่น กราบพระ รับศีล ฟังเทศน์ และการกล่าวบูชารอยพระพุทธบาท  ต่อจากนั้นจึงนำเรือไฟไปลงน้ำ และเริ่มจุดประทีปโคมไฟแล้วปล่อยให้ล่องไปตามแม่น้ำ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อพัฒนา และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน  และเผยแพร่ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ต่อไป

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก  sarakhamclick.com

ศิลปวัฒนธรรมของคนอีสาน

admin Posted in Uncategorized,Tags: , ,
Comments Off

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน  เป็นพื้นที่หนึ่งในภูมิภาคของประเทศไทย  ที่มีความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมและประเพณี  ที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นแต่ละจังหวัด  ศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกถึงความเชื่อ  ค่านิยม  ศาสนาและรูปแบบการดำเนินชีวิตตลอดจนอาชีพของคนในท้องถิ่นนั้นๆได้เป็นอย่างดี

สาเหตุที่ภาคอีสานมีความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจาก  การเป็นศูนย์รวมของประชากรหลากหลายเชื้อชาติ  และมีการติดต่อกับประชาชนในประเทศใกล้เคียง   จนก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมขึ้น  เช่น  ประชาชนชาวอีสานแถบจังหวัดเลย  หนองคาย  นครพนม  มุกดาหาร  อุบลราชธานี  อำนาจเจริญ ที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศลาว  ซึ่งประชาชนของทั้งสองประเทศ  มีการเดินทางไปมาหาสู่กัน   ทำให้เกิดการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมและประเพณีระหว่างกัน  รวมทั้งชาวเวียดนามที่อพยพเข้ามาในช่วงสงครามเวียดนาม  ก็ได้นำเอาศิลปวัฒนธรรมของเวียดนามเข้ามาด้วย  ถึงแม้ปัจจุบันชาวเวียดนามเหล่านี้  จะได้ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของท้องถิ่นอีสาน แต่ก็ยังมีชาวเวียดนามบางกลุ่ม  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุยังคงยึดมั่นกับวัฒนธรรมของตนเองอยู่

ส่วนประชาชนที่อยู่ทางจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์  ศรีสะเกษ นครราชสีมา  มีการติดต่อกันกับประชาชนชาวกัมพูชา  ก็จะรับเอาวัฒนธรรมของกัมพูชามาประยุกต์ ใช้  ซึ่งส่วนใหญ่วัฒนธรรมประเพณีของคนทั้งสองเชื้อชาติ  ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่แล้ว  จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และก็มีความแตกต่างกันตามแต่ละท้องถิ่น ทั้งวัฒนธรรมทางด้านการดำรงชีวิต  วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับ ศาสนา

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่ค้นพบ  จะเห็นได้ว่า ศิลปะของชาวอีสานมีพัฒนาการมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล  ไม่ว่าจะเป็นที่อุทยานประวัติศาสตร์บ้านเชียง  จังหวัดอุดรธานี  อุทยานแห่งชาติผาแต้ม  จังหวัดอุบลราชธานี  หรือถ้ำผ่ามือแดง  จังหวัดมุกดาหาร ฯลฯ  (ซึ่งบางแห่งเชื่อกันว่ามีความเก่าแก่ที่สุดในโลก)  ล้วนแสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษของชาวอีสานรู้จักใช้งานศิลปะพวกภาพและสัญลักษณ์ต่างๆเป็นตัวสื่อความหมายมาเป็นเวลานาน  และยังรู้จักเลือกใช้สีและวัสดุที่มีความคงทนสามารถทนต่อการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดีตราบถึงปัจจุบัน ซึ่งยังคงบอกเรื่องราวการดำเนินชีวิตของบรรพบุรุษของชาวอีสานยุคก่อนประวัติ ศาสตร์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี    นอกจากนี้ การสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย  ก็นับเป็นหนึ่งในศิลปะของชาวอีสานที่น่า ภาคภูมิใจ  บ้านเรือนของชาวอีสานได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ  เริ่มจากเถียงนาน้อย   ค่อยๆกลายมาเป็นบ้านไม้ที่มีความคงทนถาวร   จนในปัจจุบันเป็นบ้านก่ออิฐถือปูนเป็นส่วนใหญ่  แต่ก็ยังมีบ้านเรือนเป็นจำนวนมากที่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมอีสานโบราณไว้เป็นอย่างดี

ในส่วนประเพณีของชาวอีสาน  ก็มีความหลากหลายและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น  ประเพณีส่วนใหญ่จะเกิดจากความเชื่อ  และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิต  การประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่นและอิทธิพลของศาสนาที่มีต่อคนในท้องถิ่น  ซึ่งประเพณีต่างๆ ถูกจัดขึ้นเพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในการประกอบอาชีพและเพื่อเป็นการถ่ายทอดแนวความคิดที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ  เช่น  ประเพณีบุญบั้งไฟ  จังหวัดยโสธร  เกิดจากการที่คนในท้องถิ่นนี้ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร  เชื่อว่าการจุดบั้งไฟจะทำให้พญาแถนดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล  ประเพณีไหลเรือไฟ  จังหวัดนครพนม  จังหวัดนี้ติดกับแม่น้ำโขงและใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงมาตลอด  จึงเป็นการขอบคุณพระแม่คงคาประจำลำน้ำโขง  ที่ได้ให้ความอุดมสมบูรณ์แก่สังคมริมฝั่งโขง  ดังนั้นจึงจัดประเพณีไหลเรือไฟขึ้นมา เป็นต้น

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก  student.nu.ac.th