หนึ่งในวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดชลบุรี ที่มีการจัดมากว่า 100 ปีแล้ว นั่นคือ ประเพณีวิ่งควาย ซึ่งเป็นงานประเพณีประจำจังหวัดชลบุรี และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จะตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 หรือก่อนออกพรรษา 1 วัน เพื่อเป็นการทำขวัญควายและให้ควายได้พักผ่อนหลังจากตรากตรำกับการงานในท้องนามายาวนาน นอกจากนี้ประเพณีวิ่งควายยังเป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อควายที่เป็นสัตว์มีบุญคุณต่อชาวนาและคนไทย อีกทั้งยังเพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสพักผ่อน มาพบปะสังสรรค์กันในงานวิ่งควาย
ประเพณีวิ่งควาย มีที่มาจากเหตุการณ์ที่ควายของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นมีพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินทางผ่านมาได้แนะนำให้ชาวบ้านจัดพิธีบูชาเทพเจ้าประจำเมืองขึ้น ชาวบ้านจึงร่วมมือกันจัดพิธีขอให้เทพเจ้าประจำเมืองช่วยให้ควายหายป่วย เมื่อควายหายป่วย ชาวบ้านจึงนำควายมาวิ่งเพื่อเป็นการแก้บน หลังจากสิ้นฤดูการเพาะปลูกเป็นประจำทุกปี ซึ่งประเพณีวิ่งควายในยุคแรก ๆ เริ่มจัดขึ้นที่ วัดใหญ่อินทาราม จ.ชลบุรี เกิดจากการที่ชาวบ้านมาชุมนุมกันที่วัด และนำเครื่องกัณฑ์ใส่ควายเทียมเกวียนมาพักที่วัดเพื่อรอการติดกันเทศน์ ในเทศกาลเทศน์มหาชาติ ในระหว่างที่รอเจ้าของควายจะนำควายของตนไปอาบน้ำที่สระภายในวัด เมื่อต่างคนต่างก็พาควายไปอาบน้ำ จึงเกิดมีการแข่งขันประลองฝีเท้าควายขึ้นมา เพื่อให้เกิดความสนุกสนานและเพื่อทดสอบความแข็งแรงของควาย จึงเกิดเป็นประเพณีวิ่งควายที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชลบุรี
ซึ่งการแข่งขันวิ่งควายในระยะแรกเป็นเพียงแค่การบังคับให้ควายวิ่งในระยะที่ กำหนด โดยคนขี่ห้ามตกจากหลังควาย จากนั้นเจ้าของควายจะนำควายมาวิ่งแข่งกันโดยเจ้าของเป็นผู้บังคับขี่หลังควายไปด้วย ท่ามกลางกองเชียร์ที่คอยส่งเสียงเชียร์และลุ้นอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะตอนที่คนขี่ตกจากหลังควายจะได้รับเสียงเฮมากเป็นพิเศษ ก่อนที่จะมีการพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยมาเป็นการวิ่งควายในปัจจุบันที่มีการตกแต่งควายอย่างสวยงาม ทำให้ทุก ๆ ปีพอ ถึงช่วงใกล้วันออกพรรษา จังหวัดชลบุรีจะจัดงานประเพณีวิ่งควายขึ้น ว่ากันว่าถ้าปีใดไม่มีการวิ่งควาย ปีนั้นวัวควายจะเป็นโรคระบาดล้มตายเป็นจำนวนมาก หรือถ้าวัวหรือควายของใครเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา เจ้าของควายมักจะนำควายของตนไปบนกับเทพารักษ์ โดยเมื่อหายเป็นปกติแล้วจะต้องนำควายมาวิ่งแก้บน
ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก sawangpattaya.org





