เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไป ฤดูร้อนก็เข้ามา และสิ่งหนึ่งที่คนไทยเฝ้ารอคอยในช่วงหน้าร้อนก็คือ วันสงกรานต์ เนื่องจากมีวันหยุดยาว ใครหลายคนที่ทำงานต่างจังหวัดต่างพากันกลับบ้านเพื่อไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และเล่นน้ำสงกรานต์ ประเพณีสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของสังคมไทยที่สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของความเป็นไทย และเป็นการแสดงออกซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ในสังคมได้อย่างชัดเจน เช่น ความกตัญญู ความโอบอ้อมอารี ความเอื้ออาทรต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยใช้ น้ำ เป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นประเพณีหนึ่งที่เก่าแก่ ของไทยที่ได้ยึดถือปฏิบัติมาแต่ครั้งโบราณ
สงกรานต์ เป็นประเพณีที่สำคัญและสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยสันนิษฐานว่า เป็นประเพณีดั้งเดิมของอินเดีย ต่อมาได้แพร่ขยายไปยังท้องถิ่นต่าง ๆ ได้แก่ ลาว เขมร พม่า จีน และไทย ทั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนดัดแปลงให้ต่างไปจากเดิมบ้าง ทั้งการประกอบพิธี รูปแบบ และพฤติกรรม ในประเทศไทย ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ได้มีประเพณีสงกรานต์มาตั้งแต่เมื่อใด แต่ได้ถือเอาวันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็นวันสงกรานต์ สันนิษฐานว่า ประเทศไทยรับประเพณีขึ้นปีใหม่ ในวันที่ 13 เมษายน มาจากอินเดียฝ่ายเหนือ ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ตรงกับการเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ หรือที่เรียกว่าฤดูวสันต์ของอินเดีย จัดเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของอินเดีย เพราะเป็นช่วงที่อากาศไม่หนาวจัด ต้นไม้ผลิใบให้ความสดชื่น บังเอิญช่วงเวลานี้ตรงกับช่วงเวลาที่คนไทยเราในสมัยโบราณว่างจากการทำนา จึงเป็นการเหมาะสมสำหรับคนไทยที่จะฉลองปีใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตำนานเกี่ยวกับสงกรานต์ยังมีปรากฏในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร โดยย่อว่า เมื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันใดในแต่ละปี ก็จะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้น ๆ นางสงกรานต์ของแต่ละวันมีชื่อดังนี้
ทุงษเทวี เป็น นางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์
โคราดเทวี เป็น นางสงกรานต์ประจำวันจันทร์
รากษสเทวี เป็น นางสงกรานต์ประจำวันอังคาร
มัณฑาเทวี เป็น นางสงกรานต์ประจำวันพุธ
กิริณีเทวี เป็น นางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี
กิมิทาเทวี เป็น นางสงกรานต์ประจำวันศุกร์
มโหทรเทวี เป็น นางสงกรานต์ประจำวันเสาร์
นางสงกรานต์เป็นธิดาของท้าวมหาสงกรานต์หรือท้าวมหาพรหม มีหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันดูแลเศียรของท้าวกบิลพรหมซึ่งประดิษฐานอยู่บนพาน ณ ภพภูมิสวรรค์ เนื่องจากท้าวกบิลพรหมแพ้พนันการตอบปัญหาแก่ธรรมบาลกุมารจึงต้องตัดเศียรของ ตนบูชาแก่ธรรมบาลกุมาร ก่อนจะตัดเศียรท้าวกบิลพรหมได้เรียกธิดาทั้ง ๗ ซึ่งเป็นนางฟ้า บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาให้เอาพานมารองรับ เนื่องจากเศียรของท้าวกบิลพรหมเป็นที่รวมแห่งความร้ายทั้งปวง ถ้าวางไว้บนแผ่นดินไฟจะไหม้โลก ถ้าโยนขึ้นไปบนอากาศฝนจะแล้ง ถ้าทิ้งลงในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง ธิดาทั้ง ๗ จึงผลัดเปลี่ยนกันถือพานรองเศียรของ ท้าวกบิลพรหมไว้คนละ 1 ปี เมื่อถึงวันสงกรานต์ คนไทยสมัยก่อนสนใจที่จะรู้ชื่อนางสงกรานต์ พาหนะทรง เพราะคนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาน้ำฝนจากธรรมชาติ คำทำนายต่าง ๆ เป็นการเตรียมพร้อม ในการที่จะต้องเผชิญกับภาวะต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ผลิตผลและการทำมาหากินทั่วไป
วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จนถึงเมื่อ พ.ศ. 2483 ทางราชการ จึงได้เปลี่ยนใหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เข้ากับหลักสากลที่ นานาประเทศนิยมปฏิบัติ อย่างไรก็ตามแม้จะมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ แต่ประชาชนก็ยังยึดถือว่าวันสงกรานต์มีความสำคัญ
คำว่า สงกรานต์ เป็นภาษาสันสฤต แปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้นหรือเคลื่อนที่ หมายถึง ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง ซึ่งเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ถือว่าเป็นสงกรานต์ปี จะเรียกพิเศษว่า มหาสงกรานต์ อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นการนับทางสุริยคติ จะตกอยู่ในระหว่างวันที่ 13 , 14 และ 15 เมษายนของทุกปี โดยแต่ละวันจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ต่างกันดังนี้
- วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ หมายถึง วันที่พระอาทิตย์ก้าวขึ้นสู่ ราศีเมษอีกครั้งหนึ่ง หลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่น ๆ มาแล้ว 12 เดือน ซึ่งนอกจากเป็นวันมหาสงกรานต์แล้ว ทางการยังกำหนดให้เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วย เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ซึ่งมักเป็นบุพการีหรือผู้อาวุโสที่เคยทำคุณประโยชน์แก่ชุนชน/บ้านเมืองหรือ สังคมนั้นๆมาแล้ว
- วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า วันเนา แปลว่า วันอยู่ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเรียบร้อยแล้ว วันนี้รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวันครอบครัวด้วย
- วัน ที่ 15 เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือ วันพญาวัน คือ วันเริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่หรือวันเริ่มปีใหม่
ฉะนั้นแล้ววันสงกรานต์จึงเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ได้ยึดถือปฏิบัติมาช้านาน และมี ธรรมเนียมปฏิบัติที่ชัดเจนสืบทอดต่อมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงาม
ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก meemodel.com
« Prev:การแต่งกายของคนใต้ ดนตรีไทย เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย:Next »
