ประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำที่ปากแม่น้ำประแส ซึ่งเป็นเมืองที่ติดชายทะเลแห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง ที่มีวัฒนธรรมการทอดผ้าป่าที่แปลกกว่าที่อื่น ๆ คือ ประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำ สืบเนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมง จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือตลอด เรือจึงเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขา ชาวประมงเวลาอยากทำบุญบ้าน (เรือ) ให้เป็นสิริมงคล จึงได้มีการจัดทำบุญทอดผ้าป่าขึ้นในเรือ
ซึ่งเป็นประเพณีที่มีมานานกว่า 100 ปี ซึ่งจากการสอบถามบุคคลเก่าของชุมชนปากน้ำประแส เมื่อปี พ.ศ. 2534 คือ คุณแม่มณี หวานเสนาะ และ คุณแม่พวง บุญช่วยรอด ที่แต่เดิมชาวประแสที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ชายหาด ชายคลองแม่น้ำประแส ที่ตั้งอยู่ห่าง ๆ กัน ไม่หนาแน่นนัก มีอาชีพหาปลาโดยวิธีตกเบ็ด ยกยอ ทอดแห ดักรอก ฯลฯ ใช้พาหนะเรือแจวบ้าง เรือพายบ้าง ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธมาแต่บรรพบุรุษ เมื่อมีเงินมีทองก็คิดจะทำบุญ ซึ่งชาวประแสจะมีประเพณีอยู่อย่างหนึ่ง คือ เวลาบ้านใดทำบุญบ้าน งานแต่งงาน ต้องมีการทอดผ้าป่าด้วย ผู้ที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำลำคลองถ้าจะทำบุญทอดผ้าป่าส่วนมากต้องอาศัยเรือตัดไม้มาทำพุ่มผ้าป่า ใช้ไม้ไผ่ปักไว้ด้านหัวเรือ-ท้ายเรือ แล้วนิมนต์พระไปสวดมนต์ที่บ้าน ขากลับจากนิมนต์ชักผ้าป่าในเรือ แต่ในบางแห่งชักผ้าป่าก่อนสวดมนต์ก็มี ในบางแห่งถึงบ้านชักผ้าป่าก่อนก็มี ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่เกิดของ “ประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำ” ของชาวประแส
ประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำได้สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่ก็ได้มีการหยุดการจัดประเพณีนี้ไประยะหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2484 เนื่องจากเกิดสงครามอินโดจีน แล้วมาเริ่มจัดใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ.2487 ในงานประเพณีนี้จะจัดงานทั้งกลางวันและกลางคืน โดยกิจกรรมในงานจะมีการแข่งเรือพาย การดำน้ำ ว่ายน้ำ มวยทะเล ประกวดเรือ ประกวดร้องเพลง จัดดนตรีชมงาน ฯลฯ
ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก prasae.com

























